คำว่า “ศิลปะคลาสสิก” นั้นในปัจจุบันมีความหมาย 2 นัย นัยแรกหมายถึงความดั้งเดิม ซึ่งในโลกตะวันตกนั้นคงหมายถึงศิลปะอันเป็นรากเหง้าของศิลปะยุโรป ได้แก่ ศิลปะกรีก-โรมันโบราณ ซึ่งความหมายที่กว้างนี้ทำให้ความหมายกินคลุมไปถึงศิลปะชั้นลูก หลาน เหลนขิงศิลปะกรีก-โรมันอย่างศิลปะเรอเนซองในคริสต์ศตวรรษที่ 15-17 และศิลปะแบบนิโอคลาสลิกในศตวรรษที่ 19 ซึ่งกระจายไปทั่วทุกมุมโลกด้วย
นัยที่สอง ใช้เรียกจุดสุดยอดทางความงามของศิลปะไม่ว่าเผ่าพันธุ์ใด สกุลช่างใดหรือยุคสมัยใดก็ตาม เช่น อินเดียมีศิลปะสมัยราชวงศ์คุปตะและหลังคุปตะเป็นสมัยคลาสสิก จีนมีศิลปะแบบราชวงศ์ถังเป็นยุคทอง ขณะที่เขมรมีศิลปะแบบนครวัด และไทยก็มีศิลปะแบบสุโขทัยเป็นตัวอย่างสำคัญของยุคคลาสสิก
ฉะนั้นคำว่า “คลาสสิก” ของนัยทั้งสองนี้จะหมายถึง “ยุคทอง” หรือ Golden age ของชนชาตินั้นๆ ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับกรีก-โรมันแต่อย่างใด ส่วนคำว่า “คลาสสิก” ของบทความนี้ตั้งใจกล่าวถึงความหมายดั้งเดิมซึ่งตรงกับนัยแรกมากกว่านัยที่สอง
ในโลกประวัติศาสตร์ศิลปะนั้น เราพบรอยล้อเกวียนที่พยายามหมุนเวียนกลับคืนสู่เส้นทางเก่าของศิลปะโรมัน-กรีกโบราณอยู่อย่างสม่ำเสมอ ทับซ้อนอยู่หลายสายบางสายก็กลับลำก่อนถึงฝั่งฝันด้วยความอ่อนล้าเมื่อตระหนักชัดว่าการเข้าถึงจิตวิญญาณแห่งศิลปะโรมัน-กรีกได้ง่ายนัก ทว่าบางสาย กลับเดินชูธงยึดอกพร้อมด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่ เพราะพวกเขาไม่เพียงแค่แต่ปลาบปลื้มกับความงามของศิลปะคลาสสิกเท่านั้น ทว่ายังสามารถนำเอาหลักอภิปรัญชาที่ว่าด้วยความงาม ความดีและความจริงมาใช้ปฏิบัติในวิถีวัฒนธรรมได้อย่างสำเร็จด้วย
เส้นทางสายแรกที่ไปไม่ถึงดาวดวงนั้น คือ ยุคสมัยที่เรียกว่า “คลาสสิกใหม่” หรือ นีโอคลาสสิก ซึ่งหยิบยืมมาแค่วัสดุธาตุบางอย่างของกรีก-โรมัน แต่ก็ไม่สามารถเข้าถึงจิตวิญญาณหรือรากเหง้าที่แท้จริงของมันได้ ดังนั้นแม้ศิลปะในยุคสมัยนีโอคลาสสิกแม้จะสามารถสรรสร้างเสาวิหารขนาดใหญ่โตอันอาจจะมากกว่าหรือเทียบเท่าศิลปะกรีก-โรมันได้ แต่ก็เป็นเพียงความงามที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนล้มสลายลงด้วยความคิดของชนชั้นกลางที่ขึ้นมาปฏิวัติศิลปะอันหรูหรานี้ทิ้งไปเสีย
ส่วนเส้นทางสายที่สองหรือสายแห่งชัยชนะนั้น คือศิลปะเรอเนซอง อันมีศูนย์กลางความศิวิไลซ์อยู่ที่กรุงฟลอเรนส์ ประเทศอิตาลีถือว่าเป็น “ศิลปะคลาสสิก” ขนานแท้ของโลก คือเป็นทั้งการสืบทอดความงามแบบกรีก-โรมันอย่างลงตัวตามความหมายแรกและเป็นทั้งยุคทองที่ได้นับการยอมรับนับถือทางศิลปะตามความหมายในนัยที่สองอีกด้วย ในบทความหน้า เราจะมาลองดูตัวอย่างของศิลปะเรอเนซองที่ต่อมาจะเป็นศิลปะที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกกัน
