เวลาเครียดฟังเพลงแบบไหนดี ต้องเลือกสไตล์ไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า

การฟังเพลงถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมผ่อนคลายความเครียดที่หลาย ๆ คนเลือก เพราะนอกจากจะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นแล้วยังสามารถเข้าอกเข้าใจตัวเองได้มากยิ่งขึ้นด้วย หากพบว่าเนื้อหาภายในเพลงตรงกับสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ แต่หลายครั้งก็ไม่รู้อยู่ดีว่าควรเลือกเพลงแบบไหน? หรือจำเป็นต้องเลือกสไตล์ไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า? เดี๋ยวเราจะพาไปไขข้อข้องใจ 

เลือกเพลงแบบไหนไม่ต้องเผชิญกับความเครียด

หากคุณไม่รู้ว่าควรเลือกแบบไหนให้ดูจากความต้องการหรือความเครียด หรือสถานการณ์ ณ ขณะนั้นว่าเป็นยังไง หากยังไม่เห็นภาพ ไปดูตัวอย่างที่เรานำมาให้ ดังนี้

1. ไม่สามารถแสดงความรู้สึกออกไปได้ทันทีทันใดว่าตัวเองกำลังเครียดหรือเสียใจอยู่ 

ขอแนะนำให้เลือกฟังเพลงเน้นความสนุกสนาน พร้อมลุกขึ้นมาเต้นได้เลย เช่น เพลง EDM เนื้อเพลงที่มีจังหวะเร็ว ๆ 

2. อยู่คนเดียวพร้อมปลดปล่อยอย่างเต็มที่

วิธีการเลือกเพลงง่ายมากเลย คือ ให้เน้นเพลงที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับความรู้สึกหรือความคิดของตัวเอง ณ ตอนนั้น และปล่อยให้ตัวเองได้จมอยู่กับเสียงเพลง จมอยู่กับความรู้สึก จมอยู่กับน้ำตาอย่างเต็มที่

3. ต้องการความผ่อนคลายอย่างน้อย ๆ ก็แค่ช่วงจังหวะหนึ่ง

แนวทางการเลือกเพลงให้เน้นไปที่เสียงธรรมชาติหรือเพลงบรรเลงมากกว่าจะเป็นเพลงที่มีเนื้อร้อง จากนั้นปล่อยให้ตัวเองเพลิดเพลินไปกับการบรรเลงสัก 10 – 20 นาที หากยังไม่ดีขึ้นให้เพิ่มเป็น 30 นาที รับรองว่าสามารถกลับมาต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ได้อย่างแน่นอน แม้ความรู้สึกจะไม่เต็มร้อยแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังใจแบบสุด ๆ 

4. อยากกระตุ้นให้ตัวเองได้สู้ต่ออีกสักหน่อย

เพราะอาจยังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย แนะนำให้เปิดเพลงแนวฮึกเหิมไปเลย ในขณะที่ฟังอาจมีน้ำตาซึมอยู่บ้างแต่หากได้ลองสัมผัสเนื้อเพลงและดนตรีไปทีละนิด ทีละจังหวะ ความฮึกเหิมมาเต็มชัวร์

เวลาเครียดจำเป็นต้องเลือกแบบเฉพาะเจาะจงหรือไม่

คำตอบ คือ ไม่จำเป็นเลย ขอแค่คุณรู้สึกชอบเพลงนั้นแล้วเวลาฟังแล้วรู้สึกผ่อนคลายสบายใจแค่นั้นก็ถือว่าเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องกดดันเลย 

หรือถ้าจะให้ดีก็แค่เลือกเพลงที่ตนเองชอบฟังบ่อย ๆ เวลาอยู่คนเดียวหรือบังเอิญเปิดฟังเวลาที่สภาวะจิตใจหรือความรู้สึกไม่คงที่ บอกเลยว่านอกจากจะช่วยให้ผ่อนคลายมากขึ้นแล้วคุณอาจได้รู้จักตัวเองมากขึ้นผ่านเพลงที่คุณเลือกด้วย

และสุดท้ายไม่จำเป็นต้องยึดติดมากเกินไปและคำแนะนำข้างต้นเป็นเพียงแค่หนึ่งในแนวทางในการเลือกเพลงที่พอจะช่วยให้คุณสามารถรับมือกับความเครียดหรือสถานการณ์ต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไปได้ แต่ในท้ายที่สุดแล้วต่อให้เจอความเครียดหรือความกดดันแค่ไหน สิ่งสำคัญไม่ใช่การเพิ่มความผ่อนคลาย แต่คือการทำให้หัวใจของคนแข็งแกร่งและพร้อมสู้อีกครั้งต่างหาก

Related Post

The benefits of art from various perspectives

รู้หรือไม่งานศิลปะมีประโยชน์มากกว่าแค่การเสริมสร้างสมาธิรู้หรือไม่งานศิลปะมีประโยชน์มากกว่าแค่การเสริมสร้างสมาธิ

คนทำงานศิลปะจะรู้ดีว่าเวลาสร้างสรรค์ผลงานนั้นจำเป็นต้องใช้สมาธิสูงมาก หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่เคยทำงานด้านนี้มาก่อนก็มักมีความคิดในแง่มุมนี้เช่นเดียวกัน โดยอาจไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วมีประโยชน์มากกว่านั้น แต่จะมีประโยชน์ด้านไหนบ้างเดี๋ยวเราจะพาไปทำความเข้าใจเพิ่มเติม เผื่อจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้หันมาทำงานศิลปะเพื่อใช้เวลาอยู่กับตนเองกันมากขึ้น ประโยชน์ของงานศิลปะในแง่มุมต่าง ๆ  ประโยชน์ของงานศิลปะนอกเหนือจากการเสริมสร้างสมาธิประกอบไปด้วย 1. กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าคุณจะทำงานในสายงานที่จำเป็นต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์หรือไม่ การทำงานศิลปะถือเป็นสิ่งจำเป็นในการกระตุ้นทักษะดังกล่าว เพราะบางครั้งเวลาเราเผชิญกับปัญหาหรือความกดดันการมีความคิดสร้างสรรค์อาจทำให้เจอแนวทางการแก้ไขปัญหาแบบนอกกรอบ ที่ทำให้คุณต้องประหลาดใจในตัวเองเลยทีเดียว  2. พักสายตาหลีกหนีจากโลกความเป็นจริง เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงอยากได้เวลาในการเรียนรู้จากโลกความเป็นจริงอยู่กับสิ่งที่ทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นและงานศิลปะก็เป็นตัวเลือก เส้น รูปทรง รูปร่างต่าง ๆ ก่อให้เกิดอารมณ์ ความรู้สึก และความคิดแตกต่างกันไป เผลอ ๆ

Pixel art

ทำความรู้จักกับศิลปะแบบพิกเซล (Pixel art creation)ทำความรู้จักกับศิลปะแบบพิกเซล (Pixel art creation)

ศิลปะแบบพิกเซล (Pixel art creation) จัดเป็นรูปแบบหนึ่งของศิลปะดิจิทัล เกี่ยวข้องกับการสร้างภาพโดยใช้พิกเซล ซึ่งมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเล็ก แต่ละพิกเซลจะมีสีเพียงสีเดียวเป็นสีของตัวเอง และการจัดเรียงพิกเซลเหล่านี้ในรูปแบบตาราง สามารถสร้างการออกแบบและสร้างผลงานศิลปะที่สลับซับซ้อนได้  ความเป็นมาของ Pixel Art  ศิลปะพิกเซล (Pixel art creation) มีมาตั้งแต่ซอฟต์แวร์แก้ไขภาพตัวแรก และเกม 2D ตัวแรกที่มีกราฟิกออกมา แต่คำนี้ได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกโดย Robert Flegal และ Adele Goldberg จาก Xerox PARC

Art vs. Mental Health

ศิลปะ VS สุขภาพจิตศิลปะ VS สุขภาพจิต

ในยุคโควิด 19 และในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำจนแทบถึงขีดสุด ทางเราเชื่อเลยว่าทุกคนในที่นี้ต้องกำลังเครียด และวิตกกังวลอยู่แน่ๆ ดังนั้น บทความนี้เราจึงอยากมาเสนอหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้สุขภาพจิตของคุณดีขึ้น นั่นก็คือ การใช้ศิลปะเข้าช่วยนั่นเอง แต่ศิลปะจะช่วยปลอบประโลมจิตใจ และช่วยบำบัดสุขภาพจิตได้จริงๆ หรือไม่ เพื่อนๆ ผู้อ่านทุกท่าน ก็ต้องมาหาคำตอบนั้นกันเอง ที่ด้านล่างบทความนี้เลย เราขอรับรองเลยว่าหากเพื่อนๆ อ่านจบ และลองนำข้อมูลที่เราบอกไปปฏิบัติตาม สุขภาพจิตของเพื่อนๆ จะดีขึ้นอย่างแน่นอน ศิลปะ VS สุขภาพจิต ท้ายนี้ หากคุณกำลังกังวลกับอะไรในชีวิต หรือคิดว่าตัวเองกำลังคิดมากเกินไป หมกมุ่น หรือมีความสุขน้อยลง เราอยากให้คุณลองใช้ศิลปะเข้าช่วย