รถยนต์นั้นช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับคุณเป็นอย่างมาก ซึ่งรถยนต์ก็เหมือนกับร่างกายมนุษย์ ที่ภายในรถยนต์หนึ่งคันเต็มไปด้วยชิ้นส่วนอะไหล่ต่าง ๆ มากมายที่ช่วยให้รถยนต์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อะไหล่นั้นก็มีอายุการใช้งาน ดังนั้นเรามาดูกันว่าอะไหล่ชนิดไหนที่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ เพื่อความปลอดภัย
- น้ำมันเครื่อง
น้ำมันเครื่อง เป็นสิ่งที่ต้องเปลี่ยนเมื่อเสื่อมอายุ โดยเฉลี่ยจะประมาณ 6 เดือน หรือ ทุก 10,000 กม. หรือหากน้ำมันเครื่องเริ่มมีสีดำนั่นแสดงว่าน้ำมันเริ่มมีความบกพร่องเสียตามการใช้งานปกติ หากไม่ทำการเปลี่ยน อาจส่งผลให้เครื่องยนต์ของรถมีปัญหา หากเจ้าของรถฝืนใช้งานรถโดยไม่เปลี่ยนน้ำมันเครื่องที่เสื่อมอายุ อาจส่งผลให้เกิดความชื้นภายในเครื่องยนต์ และก่อเกิดสนิม หรือคราบเขม่า
- แบตเตอรี่
แบตเตอรี่มีทั้งแบบแห้งและเปียก โดยแบบแห้งไม่จำเป็นต้องดูแลรักษาใดๆตลอดอายุการใช้งาน แต่หากเป็นแบบเปียกนั้น จำเป็นต้องมีการเติมน้ำกลั่นให้ได้ระดับอยู่เสมอเพื่อให้แบตเตอรี่สามารถเก็บประจุไฟได้อย่างเต็มที่ โดยปกติแล้วจะมีระยะเปลี่ยนประมาณ 2 – 3 ปี แล้วแต่การใช้งาน
- ผ้าเบรก
ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการใช้รถเลย เราควรดูแลผ้าเบรกให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ แต่ถ้าเมื่อไรที่เวลาเราเบรกแล้วมีเสียงดัง นั่นก็แปลว่าได้เวลาเปลี่ยนผ้าเบรกแล้ว อย่ามัวรอจนสร้างความเสียหายต่อจานเบรก เพราะอาจจะเสียเงินมากกว่าเดิมหลายบาทเลย
- ไส้กรองอากาศ
ไส้กรอกอากาศเป็นอะไหล่ที่ทำหน้าที่ในการช่วยกรองฝุ่น และสิ่งสกปรกต่าง ๆ ไม่ให้เข้าสู่เครื่องยนต์ ช่วยให้มีอากาศที่สะอาดสำหรับการเผาไหม้ แต่หากใช้งานไปเรื่อย ๆ ไส้กรองอาจถูกฝุ่น หรือสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตัน ส่งผลให้มีอากาศเข้าสู่ตัวเครื่องน้อยลง จนทำให้เกิดปัญหาเร่งเครื่องไม่ขึ้น และทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง
- สายพานไทม์มิ่ง
เครื่องยนต์ทั่วไป มีสายพานจำนวนหลายเส้นช่วยขับเคลื่อนเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์ เช่น สายพานไทม์มิ่ง, สายพานคอมแอร์, สายพานเพาเวอร์, สายพานปั๊มน้ำ ฯลฯ แล้วแต่รุ่นรถ แต่หากสายพานไทม์มิ่งซึ่งเป็นสายพานหลักของเครื่องยนต์ขาดจะส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์อย่างรุนแรง
เมื่อคุณเป็นคนที่ใช้รถยนต์เป็นประจำ ดังนั้นอะไหล่รถยนต์เป็นสิ่งที่เจ้าของรถควรให้ความสำคัญ เพราะอะไหล่ทุกชิ้นล้วนแต่มีบทบาทหน้าที่ให้การขับขี่รถยนต์เป็นไปอย่างราบรื่น ดังนั้นหมั่นตรวจเช็ครถเป็นประจำ เพื่อให้ทราบว่าชิ้นส่วนต่างๆ ยังใช้งานได้ตามปกติ หรือหากมีชิ้นส่วนไหนที่เสื่อมสภาพไปก็จะได้แก้ไขได้ทันนั่นเอง มาเพิ่มความอุ่นใจด้วยการทำประกันภัยรถยนต์ เพราะอุบัติเหตุนั้นไม่มีการแจ้งเตือน การมีประกันภัยจึงทำให้เราอุ่นใจเสมอ หากคุณกำลังจะซื้อประกันภัยสามารถเปรียบเทียบประกันแต่ละประเภท ความถึงราคาได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ได้เลย
