รูปแบบ ศิลปะการแสดงของไทย

ถ้าจะพูดถึงศิลปะการแสดงในปัจจุบันนี้ได้ถูกดัดเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงให้มีความทันสมัยและร่วมสมัยมากยิ่งขึ้นเพื่อดึงดูดความรักสนใจ จากคนรุ่นใหม่ให้หันมาให้ความสำคัญและเลือกชมการแสดงไทยกันเพิ่มมากขึ้นแต่ในวันนี้เราจะมาพูดถึงรูปแบบศิลปะการแสดงของไทยในสมัยโบราณว่ามีรูปแบบการแสดงประเภทใดบ้าง ที่สมัยก่อนได้รับความนิยมและเป็นที่พูดถึง ที่จะแสดงถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย แน่นอนว่าอาจจะต้องมีการรับอิทธิพลมาจากต่างประเทศ หรือประเทศเพื่อนบ้านบ้าง แล้วแต่ยุคสมัยจนกลายมาเป็นรูปแบบการแสดงของไทยเอง ตามเราไปดูกันเลยว่ามีรูปแบบการแสดงศิลปะของไทยประเภทไหนบ้างที่น่าสนใจ

ความเป็นมาศิลปะการแสดงของไทย

ต้องยอม รับว่าประเทศไทยลาวเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ มีศิลปะการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์และน่าสนใจชาวต่างชาติชื่นชอบ ความสวยงาม ความอ่อนช้อย และเรื่องราวความเป็นไทยอย่างมากดังนั้นในวันนี้ลองมาดูกันว่า ศิลปะการแสดงของไทยนั้นมีรูปแบบไหนที่น่าสนใจ หรือได้รับอิทธิพลมา อย่างไรบ้าง

ระบำ รำ เต้น เป็นการแสดงและนาฏศิลป์มาตั้งแต่ก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานของนาฏศิลป์ เข้าใจว่า ได้รับอิทธิพลการแสดงมาจากอินเดียในหลายๆด้าน ซึ่งอิทธิพลทางการแสดงที่ได้รับมาจากอินเดีย คือ 

  • แนวคิดกำเนิดนาฏศิลป์และการรับถือครูนาฏศิลป์ เพราะชาวอินเดียเชื่อว่านาฏศิลป์เป็นของตนเองมีลักษณะทิพย์พยักกำเนิด เกิดจากพระอิศวร เชื่อว่านาฏศิลป์เป็นศิลปะที่ขังศักดิ์สิทธิ์ การถ่ายทอดจึงต้องกระทำด้วยความเคารพศรัทธา จึงมีพิธีการไหว้ครู และการแต่งกายแบบพราหมณ์ในการทำการบวงสรวง
  • ลีลาการร่ายรำ พบว่าโบราณวัตถุต่างๆเช่น รูปหล่อ โลหะ ในแต่ละยุคสมัย มีรูปคนเล่นดนตรีและฟ้อนลำ ซึ่งถ้าลำนั้นตรงกับถ้าล้ำในคัมภีร์นาฏยศาสตร์ของอินเดีย จึงสันนิษฐานได้ว่าชาวอินเดียและชาวไทยมีความสัมพันธ์กันทางวัฒนธรรมด้านนาฏศิลป์มาตั้งแต่โบราณ
  • วงดนตรีปี่พาทย์ ถือเป็นเครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงนาฏศิลป์ในไทย ซึ่งต้นแบบของเครื่องดนตรีก็มาจาก เครื่องปัญจดุริยางค์ของอินเดีย และนำมาปรับให้เหมาะสมกับภูมิประเทศของไทย
  • วิธีในการแสดง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการเล่น ละครโนห์ราชาตรี ซึ่งเป็นรูปแบบละครชาวบ้านของไทย โดยแต่เดิมมีลักษณะ เช่นเดียวกับละครยาตรา ของอินเดีย ขณะเดียวกันการแสดงโขนของไทย ก็มีลักษณะคล้ายคลึงกับกถักฬิของอินเดีย เช่นเดียวกัน

เรียกได้ว่าศิลปะการแสดงของไทย ได้รับ อิทธิพลมาจากประเทศอินเดียอยู่เยอะพอสมควร ดังนั้น ในปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการแสดงประเภทใด แม้จะเป็นของไทยแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่าอิทธิพลจากต่างประเทศโดยเฉพาะอินเดียถือว่าเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก ภายหลังจึงมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความเป็นไทยมากขึ้น เพื่อสร้างเอกลักษณ์สร้างความเป็นไทยให้กับการร่ายรำในศิลปะต่างๆ

Related Post

Visiting art galleries in Bangkok

เที่ยวหอศิลป์ในกรุงเทพ เปิดแหล่งชมศิลปที่หลายคนอาจจะพลาดไป เที่ยวหอศิลป์ในกรุงเทพ เปิดแหล่งชมศิลปที่หลายคนอาจจะพลาดไป 

หอศิลป์เป็นแหล่งรวบรวมงานศิลปะขึ้นซื่อไว้สำหรับแสดงผลงานทางศิลปะของศิลปินคนต่างๆ หากแต่ในกรุงเทพมหานครแห่งนี้ น้อยคนนักจะรู้จักหอศิลป์ว่ามีกระจายตัวอยู่ตามที่ใดบ้างในเมืองหลวงแห่งนี้ ส่วนมากที่คนรู้จักกันคือหอศิลป์ กรุงเทพฯ หรือในภาษาอังกฤษเรียกกันว่า Bangkok Art & Culture Centre หรือในนามตัวย่อ BACC ที่คนกรุงเทพจะรู้จักกันดี หากแต่ในบทความ เราจะมาแนะนำแหล่งแสดงงานศิลปะอื่นๆที่ใหม่ๆกันบ้าง จะเป็นที่ใดบ้างนั้น เรามาติดตามกันเลย 1. SAC Gallery ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองหลวงแห่งนี้ มีหอศิลป์ที่มีความสามารถในการรวบรวมงานระดับชาติและระดับโลกแห่งหนึ่งซ้อนตัวอยู่ หอศิลป์แห่งนี้ไม่ใช่หอศิลป์อื่นใดนอกจากหอศิลป์ SAC Gallery ก่อตั้งขึ้นเมื่อก่อตั้งในปี พ.ศ. 2555 โดย

Key elements of a work of art

องค์ประกอบสำคัญของงานศิลปะมีอะไรบ้างองค์ประกอบสำคัญของงานศิลปะมีอะไรบ้าง

หากคุณไม่เคยพบเคยอยู่กับงานศิลปะมาก่อนการจะตอบคำถามว่าองค์ประกอบสำคัญในงานศิลปะมีอะไรบ้างคงเป็นเรื่องยากและอาจมีคำตอบว่าน่าจะมีตั้งแต่ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด กระดาษสภาพสวย ๆ แต่รู้หรือไม่ว่าองค์ประกอบสำคัญจริง ๆ มีรายละเอียดลึกซึ้งมากกว่านั้น แต่จะมีอะไรบ้างและศิลปะมีความสำคัญหรือมีคุณค่าอย่างไร เราจะพาไปทำความเข้าใจ องค์ประกอบสำคัญของงานศิลปะ หลัก ๆ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1. สัดส่วน  สัดส่วนในงานต้องมีความสัมพันธ์และกลมกลืนกันอย่างพอดิบพอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป โดยการสร้างสัดส่วนสามารถใช้การอ้างอิงจากสัดส่วนมาตรฐานและสัดส่วนจากความรู้สึก  2. ความสมบูรณ์  หรือความสมดุลของน้ำหนักขององค์ประกอบ โดยต้องมั่นใจว่าไม่เอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งมากเกินไป ความสมดุลสามารถแบ่งได้ 2 รูปแบบ คือ

Art Therapy for Depression

รู้จัก Mandala Art ศิลปะบำบัดซึมเศร้ารู้จัก Mandala Art ศิลปะบำบัดซึมเศร้า

หากคุณคิดว่าตัวเองกำลังเผชิญกับภาวะซึมเศร้าหรือคิดว่าน่าจะเข้าข่าย อยากได้ทางเลือกในการเยียวยาเพิ่มสมาธิทำความเข้าใจตัวเอง อยากให้ลอง Mandala Art Mandala Art ศิลปะบำบัดซึมเศร้า คือ อะไร  ศิลปะแบบ Mandala Art มีต้นกำเนิดมาจากพระชาวทิเบตผู้คิดริเริ่มสร้างสรรค์งานศิลปะในวงกลมศักดิ์สิทธิ์เพื่อใช้สำหรับถวายเป็นพุทธบูชา โดยเป็นที่รู้จักกันในฐานะสัญลักษณ์อันเป็นมงคลและมีความหมายว่าการรู้แจ้งอย่างถ่องแท้ ส่วนแนวทางการสร้างสรรค์ไม่จำกัดรูปแบบ สามารถเห็นได้ตั้งแต่รูปทรงเรขาคณิต ไปจนถึงรูปคน สัตว์ สิ่งของ และรูปร่างรูปทรงที่เกิดขึ้นจากจินตนาการ  ควรเลือกใช้ Mandala Art บำบัดจิตใจแบบไหนดี หากสนใจอยากใช้งานศิลปะ Mandala Art ในการบำบัดจิตใจ แต่ไม่รู้ว่าควรเลือกแบบไหนดี