The Last Supper “พระกระยาหารมื้อสุดท้าย” คือภาพจิตรกรรมฝาผนังชื่อดังของโลก ที่มีขนาด 15 × 29 ฟุต และมีความละเอียดสูง เป็นอีกหนึ่งผลงานศิลปะที่บอกเล่าเรื่องราวความเชื่อของศาสนาคริสต์ และเรื่องราวของพระเจ้าที่ต้องเจอกับผู้ทรยศ
The Last Supper จิตรกรรมฝาผนังแห่งอิตาลี
The Last Supper ของ Da Vinci อยู่ภายในคอนแวนต์โดมินิกันของ Santa Maria Delle Grazie ในมิลาน ประเทศอิตาลี และเพื่อรักษาผลงานชิ้นเอกนี้ไว้ จะต้องมีการควบคุมอุณหภูมิห้อง และการเข้าชมจะสามารถเข้าไปในพื้นที่ได้สูงสุด 25 คน และเปิดรอบชมทุก ๆ 15 นาที ไม่อนุญาตให้คุณถ่ายภาพ เพราะกังวลเรื่องของการใช้แฟลช แต่มีแบบจำลองใส่กรอบอยู่ด้านนอกห้องหลัก ซึ่งผู้เข้าชมได้รับอนุญาตให้ถ่ายภาพได้
บอกเล่าเรื่องราวของการถูกทรยศ
ภาพวาดนี้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระคริสต์ก่อนที่ท่านจะถูกทรยศ และสถาบันศีลมหาสนิท โดยพระเยซูประกาศบนโต๊ะอาหารว่า 1 ใน 12 คนจะทรยศพระองค์ โดยดาวินชีวาดภาพปฏิกิริยาของสาวกแต่ละคน หลังจากที่ได้ทราบข่าวนี้ อัครสาวกถูกจัดออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 3 คน โดยมีพระคริสอยู่ตรงกลางเป็นจุดโฟกัส และจัดองค์ประกอบร่างกายเป็นรูป 3 เหลี่ยม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของตรีเอกานุภาพ พระคริสอยู่ในอาการความสงบและความมั่นคง ซึ่งเป็นท่าทางตรงกันข้ามกับการแสดงออกที่ประหลาดใจของอัครสาวก
ผลงานที่สร้างแรงบันดาลใจ ให้กับชาวคาทอลิกจำนวนนับไม่ถ้วน
เห็นได้ชัดว่า ภาพจิตรกรรมฝาผนังนี้เขียนโดยเลโอนาร์โด ดา วินชี ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับชาวคาทอลิกจำนวนนับไม่ถ้วนในช่วงเวลาที่ผ่านมา เพราะมีภาพจำลองของภาพนี้ ในห้องอาหารคาทอลิกเกือบทุกแห่ง ทำให้การันตีว่าเป็นภาพวาดที่มีชื่อเสียงมาก
ในบรรดาอัครสาวกทั้ง 12 คน ยูดาสเป็นคนเดียวที่ใบหน้าเกือบถูกบดบังด้วยเงา ขณะที่มือข้างหนึ่งเอื้อมไปหยิบขนมปัง อีกมือหนึ่งก็กำกระเป๋าที่เต็มไปด้วยเงิน ซึ่งเป็นการสื่อว่าเขานี่แหละผู้ทรยศ ดาวินชีวาดอารมณ์ ความกลัว ความไม่เชื่อ ความโกรธ ความสิ้นหวัง ผ่านท่าทางและการจ้องมองของสาวกแต่ละคน ศิลปินยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาเรียกลักษณะของมนุษย์เหล่านี้ว่า “I moti dell’animo” หรือ “การเคลื่อนไหวของจิตวิญญาณ”
ดาวินชี มีอายุประมาณ 43 ปีเมื่อเขาวาดภาพ The Last Supper และอายุประมาณ 51 ปีเมื่อเขาวาดภาพโมนาลิซา ความรักของเขาที่มีต่องานศิลปะนั้นไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณความเป็นศิลปินของเขาอย่างแท้จริง และไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมเขาถึงได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในศิลปินระดับตำนานของโลก
