เที่ยวหอศิลป์ในกรุงเทพ เปิดแหล่งชมศิลปที่หลายคนอาจจะพลาดไป 

หอศิลป์เป็นแหล่งรวบรวมงานศิลปะขึ้นซื่อไว้สำหรับแสดงผลงานทางศิลปะของศิลปินคนต่างๆ หากแต่ในกรุงเทพมหานครแห่งนี้ น้อยคนนักจะรู้จักหอศิลป์ว่ามีกระจายตัวอยู่ตามที่ใดบ้างในเมืองหลวงแห่งนี้ ส่วนมากที่คนรู้จักกันคือหอศิลป์ กรุงเทพฯ หรือในภาษาอังกฤษเรียกกันว่า Bangkok Art & Culture Centre หรือในนามตัวย่อ BACC ที่คนกรุงเทพจะรู้จักกันดี หากแต่ในบทความ เราจะมาแนะนำแหล่งแสดงงานศิลปะอื่นๆที่ใหม่ๆกันบ้าง จะเป็นที่ใดบ้างนั้น เรามาติดตามกันเลย

1. SAC Gallery ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองหลวงแห่งนี้ มีหอศิลป์ที่มีความสามารถในการรวบรวมงานระดับชาติและระดับโลกแห่งหนึ่งซ้อนตัวอยู่ หอศิลป์แห่งนี้ไม่ใช่หอศิลป์อื่นใดนอกจากหอศิลป์ SAC Gallery ก่อตั้งขึ้นเมื่อก่อตั้งในปี พ.ศ. 2555 โดย ศุภโชค อังสุวรรณศิริ หัวหอกสำคัญ SAC Gallery นับเป็นพื้นที่ศิลปะที่มีพื้นที่มากกว่าพันตารางเมตรบนพื้นที่สี่ชั้นในใจกลางกรุงเทพฯย่านพร้อมพงษ์ นิทรรศการศิลปะที่เคยมาจัดแสดงที่นี้ตัวอย่างเช่น แผลเก่า (old wound) โดยประทีป สุธาทองไชย ซึ่งเป็นนิทรรศการที่รวบรวมเอกสารหลักฐานทางประวัติศาสตร์มาแสดงออกในรูปแบบของงานศิลปะ ทั้งผ่านเอกสาร สิ่งพิมพ์ รวมไปถึงคำบอกเล่ามาแสดงผ่านปกหนังสือ SAC Gallery จึงนับเป็นพื้นที่เปิดให้แก่ศิลปินและผู้สนใจในศิลปะใช้เป็นแหล่งในการเรียนรู้และศึกษาศิลปะที่น้อยคนนักจะรู้จักกัน 

2. MOCA หรือในชื่อภาษาไทยคือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย ซึ่งตั้งอยู่ย่านบางเขน แม้จะหากไกลจากใจกลางเมืองเก่าและอาจจะไม่สะดวกสำหรับผู้ที่อยู่ฝั่งธนบุรีมากนักในการเดินทางไป หากแต่พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งนี้ก็รวบรวมงานศิลปะที่ขึ้นชื่อของศิลปินไทยไว้หลากหลายประเภท พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นจากความหลงใหลในงานศิลปะของคุณบุญชัย เบญจรงคกุล อันเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คุณบุญชัยฯ เปิดพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัยขึ้นอย่างเป็นทางการ ส่วนหนึ่งเพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และเพื่อเชิดชูเกียรติของบิดาแห่งศิลปะไทยร่วมสมัย ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี

ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งนี้ได้แนวความคิดมาจากธรรมชาติ เรื่องหินและการแกะสลักอย่างประณีตบรรจงเป็นลายก้านมะลิ อันแสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ความแข็งแกร่งบนความอ่อนช้อย ในขณะเดียวกัน ลายฉลุที่ตกแต่งไว้ภายในก็จะทำให้แสงธรรมชาติสามารถส่องลงมาในอาคาร รวมทั้งแสงที่ส่องลงมาในช่วงเวลาและฤดูกาลที่แตกต่างกันยังให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันไปด้วย ดังนั้นแค่ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็นับเป็นงานศิลปะในตัวของมันเองไปด้วยในเวลาเดียวกัน ขณะที่ภายในจัดแสดงงานศิลปะที่ขึ้นชื่อของศิลปินร่วมสมัยหลากหลายท่านไว้อย่างน่าสนใจ นับเป็นแหล่งรวบรวมงานศิลปะที่ควรค่าต่อการไปเยี่ยมชมสักครั้งหนึ่ง

Related Post

Classical art

ศิลปะคลาสสิกนั้นหมายถึงอะไร ?ศิลปะคลาสสิกนั้นหมายถึงอะไร ?

คำว่า “ศิลปะคลาสสิก” นั้นในปัจจุบันมีความหมาย 2 นัย นัยแรกหมายถึงความดั้งเดิม ซึ่งในโลกตะวันตกนั้นคงหมายถึงศิลปะอันเป็นรากเหง้าของศิลปะยุโรป ได้แก่ ศิลปะกรีก-โรมันโบราณ ซึ่งความหมายที่กว้างนี้ทำให้ความหมายกินคลุมไปถึงศิลปะชั้นลูก หลาน เหลนขิงศิลปะกรีก-โรมันอย่างศิลปะเรอเนซองในคริสต์ศตวรรษที่ 15-17 และศิลปะแบบนิโอคลาสลิกในศตวรรษที่ 19 ซึ่งกระจายไปทั่วทุกมุมโลกด้วย  นัยที่สอง ใช้เรียกจุดสุดยอดทางความงามของศิลปะไม่ว่าเผ่าพันธุ์ใด สกุลช่างใดหรือยุคสมัยใดก็ตาม เช่น อินเดียมีศิลปะสมัยราชวงศ์คุปตะและหลังคุปตะเป็นสมัยคลาสสิก จีนมีศิลปะแบบราชวงศ์ถังเป็นยุคทอง ขณะที่เขมรมีศิลปะแบบนครวัด และไทยก็มีศิลปะแบบสุโขทัยเป็นตัวอย่างสำคัญของยุคคลาสสิก ฉะนั้นคำว่า “คลาสสิก” ของนัยทั้งสองนี้จะหมายถึง “ยุคทอง” หรือ Golden

Art and Human Equality

ศิลปะ กับความเสมอภาคของการเป็นมนุษย์ศิลปะ กับความเสมอภาคของการเป็นมนุษย์

ถ้าพูดถึงศิลปะ ในสังคมไทยเรา หลายๆคนอาจจะไม่ทราบว่า ศิลปะถูกหล่อหลอม ถูกสร้างสรรค์  ให้กลายมาเป็น ของมนุษย์เราในปัจจุบัน ศิลปะคือความเสรีในตัวเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าการเป็นศิลปะ จะคืออิสรภาพ ก็คือการทำอะไรตามความพึงพอใจของตัวเอง แต่มันคือ อิสรภาพและเสรีภาพที่มีความหมายคือคำคำเดียวกันกับคำว่าศิลปะ เพียงแค่ เขียนคนละแบบ อ่านออกเสียงต่างกัน และมีความหมายที่ใช้ในสังคมแตกต่างกันออกไป แต่แน่นอนว่า ทั้งศิลปะ เสรีภาพ หรือสังคม ถูกหล่อหลอม จนไม่สามารถแยกออกจากกันแล้วในปัจจุบัน การเป็นศิลปะ ในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันนี้การมีอยู่ของศิลปะ ถูกหล่อหลอม เข้ามาสู่การใช้ชีวิตของมนุษย์เรา ไปจนไม่สามารถแยกออกได้แล้วว่าสิ่งไหนคือศิลปะ สิ่งไหนคือการใช้ชีวิตในประจำวัน

Sand Painting

3 การสร้างสรรค์ผลงานสุดแปลก ที่หลาย ๆ คนไม่เคยรู้3 การสร้างสรรค์ผลงานสุดแปลก ที่หลาย ๆ คนไม่เคยรู้

สำหรับโลกของศิลปะนั้นมีเทคนิคในการสร้างสรรค์ผลงานที่เรียกได้ว่าไร้ขีดจำกัดเลยทีเดียว แต่ถึงกระนั้นก็มีในบางแง่มุมของการสร้างสรรค์ผลงานที่ไม่เป็นที่รู้จักนัก หรือว่าเป็นที่รู้จักเพียงแค่วงแคบเล็ก ๆ เท่านั้น ดังนั้นเราจะมาแนะนำ 3 เทคนิคในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะสุดแปลกที่หลาย ๆ คนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน แต่ถึงกระนั้นก็ใช้เทคนิคในรูปแบบเฉพาะตัวและมีความสวยงามมากเลย  1. Sand Painting การวาดภาพด้วยทราย สำหรับเทคนิคการวาดภาพด้วยทรายจะมีการใช้ทรายสีต่าง ๆ เพื่อสร้างดีไซน์ที่สวยงามเป็นที่รู้จักกันมากในอินเดีย ซึ่งการวาดภาพทรายโดยใช้ทรายที่มีสีสันจะเรียกว่า Rangoli หรือการวาดภาพด้วยทรายในบางรูปแบบยังใช้ทรายสีน้ำตาลตามปกติทั่วไปอีกด้วย จัดเป็นการสร้างสรรค์ศิลปะที่สวยงามที่สุดอีกประเภทหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่มักนำเสนอเพียงชั่วคราว 2. Photorealism ภาพเหมือนจริง เป็นรูปแบบการวาดภาพชนิดหนึ่งที่มีความยากในระดับสูง ซึ่งเป็นงานศิลป์ที่มีพื้นฐานมาจากภาพถ่าย งานศิลปะภาพเสมือนจริงได้รับการชื่นชมเป็นอย่างมากในปัจจุบันนี้ ความสนุกคือการหลอกล่อให้ผู้ชมคิดว่าเป็นภาพถ่ายแต่แท้จริงแล้วเป็นภาพวาดหรืองานเขียน  3.